ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อไหร่ ทำไมต้องเปลี่ยน คำถามที่คุ้นๆเหมือนเคยได้ยิน หรือ เรียนมา แปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์ที่ทุกๆ คนใช้กันอยู่เป็นประจำทั้งตอนเช้าและก่อนนอน ลองนึกดูซิว่าคุณเปลี่ยนแปรงสีฟันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เรื่องสำคัญที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ คือการใช้แปรงสีฟันเก่าซ้ำๆ จะมีผลต่อเหงือกและฟันของคุณอีกด้วย แคร์เดนเทัลขอแนะนำวิธีการสังเกตสภาพแปรง มาเช็คดูว่าแปรงของคุณเริ่มเสื่อมเเล้วหรือยัง

ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อไหร่
แปรงสีฟันของเราควรเปลี่ยนเมื่อใดและดูอย่างไร

ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อไหร่

เบื้องต้นของการดูเเลสุขอนามัยในช่องปากที่ดี ทันตแพทย์จะแนะนำให้คุณหมั่นเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน ถ้าคิดคร่าวๆ เเล้วแปรงของคุณผ่านการใช้งานมาเเล้วกว่า 180 ครั้ง (เฉลี่ยจากการแปรงฟัน 2 ครั้ง/ วันอย่างสม่ำเสมอ) ลองคิดดูสิว่าถ้ายิ่งคุณใช้แปรงสีฟันมาเเล้ว 6 เดือนโดยที่ไม่เปลี่ยนเลย แปรงของคุณก็ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนไม่น้อยกว่า 360 ครั้ง ฟังดูไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ

แต่สำหรับสุขอนามัยที่ดีที่สุด คุณหมออยากบอกว่า ทุกๆ ครั้งที่คุณป่วย เป็นหวัด, เป็นไข้, แผลในปาก หรือแม้แต่อาการเจ็บคอ ก็ควรจะเปลี่ยนแปรงสีฟันทันทีเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่ยังคงค้างอยู่บนแปรงสีฟันของคุณ เหตุผลสำคัญก็คือ ระหว่างที่เราไม่สบายมีเชื้อโรคมากมาย เมื่อเราแปรงฟันขณะเราไม่สบายก็เหมือนการแพร่เชื้อโรค ไปสู่แปรงสีฟัน มีทั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย แอบซ่อนอยู่ในขนแปรงสีฟันที่เป็นต้นเหตุของโรคติดต่อ (โรคติดต่อหลายๆชนิดก็มีสาเหตุมาจากการใช้แปรงสีฟันร่วมกันระหว่างบุคคลด้วย)

อุดฟัน ฟันผุ
เชื้อแบคทีเรีย ที่มาของฟันผุ

วิธีสังเกตสภาพแปรงสีฟัน

สังเกตจากรูปร่างขนแปรงที่เปลี่ยนไป แปรงสีฟันที่ใช้งานนานๆ จะเริ่มมีปลายขนแปรงที่บาน มีสีแปรงเริ่มเปลี่ยนไป เเละหนักเข้าถ้ามีการสะสมของ แบคทีเรีย มากๆ อาจทำให้แปรงมีกลิ่น ยิ่งถ้าเมื่อไหร่ที่เราเกิดอาการไม่สบาย ป่วย เจ็บคอ เป็นไข้ ติดเชื้อในช่องปาก แปรงสีฟันก็เป็นเเหล่งเพาะเชื้อได้อย่างดีเลยหล่ะค่ะ

เทคนิคการเก็บแปรงสีฟันเเละการทำความสะอาดแปรงหลังใช้ เพื่อลดการสะสมเชื้อโรคเเละแบคทีเรีย

นอกจากการเลือกแปรงสีฟัน และการแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้ว การเก็บแปรงสีฟันอย่างถูกวิธีนั้นก็สำคัญเช่นกัน

  • ควรล้างแปรงสีฟันให้สะอาดทุกครั้งก่อนการเก็บ
  • การวางแปรงสีฟันในที่เก็บหรือภาชนะต่างๆ ควรวางในลักษณะตั้งแปรงขึ้นให้หัวแปรงอยู่ด้านบน
  • ที่สำหรับวางแปรงควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก และควรมีลมพัดผ่านเพื่อให้ขนแปรงแห้ง
  • ไม่ควรเก็บแปรงไว้ในกล่องแบบมิดชิด เพราะอาจจะมีส่วนทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้
  • ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3-4 เดือน หรือเมื่อขนแปรงบาน

ข้อเสียของการ ไม่เปลี่ยนแปรงสีฟัน

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณใช้แปรงสีฟันเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าแปรงเก่าเมื่อเทียบกับแปรงใหม่เเล้ว ประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรก คราบพลัค เศษอาหารตามผิวฟันเเละร่องฟัน จะลดลงด้วย ด้วยลักษณะของแปรงที่ปานปลายจะเป็นอันตรายต่อเหงือกของคุณอีกด้วย ปัญหาที่จะตามมาอีกคือ

  1. ปัญหากลิ่นปาก หาสาเหตุไม่ได้
  2. สีฟันหลือง ไม่ขาวสะอาด
  3. มีคราบพลัคที่เกาะอยู่บนผิวฟัน หลังแปรงฟันยังรู้สึกเหมือนมีแผ่นฟิล์มเหนียวๆ ติดอยู่บนฟัน
  4. ฟันผุ จากการสะสมของคราบอาหารตามซอกฟัน
  5. เหงือกอักเสบ บวมแดง หรือมีเลือดออกระหว่างแปรงฟัน

ควรหมั่นเปลี่ยนแปรงใหม่ เพื่อซอกซอนเข้าไปตามมุมลับของร่องฟันของเรา การขจัดคราบและทำความสะอาดช่องปากได้ดียิ่งขึ้น

เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆสามเดือน
เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆสามเดือน หรือหลังจากการเป็นไข้ไม่สบาย

บทสรุปการดูแลแปรงสีฟัน และระยะเวลาที่ควรเปลี่ยนแปรงสีฟัน

และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยนแปรงทุกๆ 3 เดือน ก็ให้เปลี่ยนเลยทันทีไม่ต้องเสียดาย เพราะค่ารักษาพยาบาลเมื่อฟันผุ เหงือกอักเสบนั้นเเพงกว่าค่าแปรงสีฟันที่คุณควรโยนทิ้งซะอีก เพื่อความสะอาดห่างไกลจากเชื้อโรคทั้งตัวคุณเองและคนในครอบครัวด้วย

วันนี้ก็อย่าลืมกลับไปสำรวจดูว่าแปรงสีฟันของเราเป็นอย่างไรกันดูนะคะ ถ้าแปรงสีฟันหัวเริ่มจะบานเเละสีเริ่มจางก็อย่าลืมเปลี่ยนเพื่อสุขภาพฟันที่ดีนะ

ด้วยความปรารถนาดีจาก คุณหมอที่แคร์นะจ๊ะ


WE SHARE, WE CARE
“สุขภาพฟันจะดีได้ต้องมีคนดูแล ให้แคร์ดูแลคุณ”
คลินิกทันตกรรมประสบการณ์กว่า 30 ปีในย่านบางรัก
รักษากับทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง เพื่อสุขภาพฟันที่ดีของคุณ


สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อคลินิก
Phone: +668-5157-3883
Secondary phone: +66-2211-8903
แผนที่ คลินิก (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
line : @caredentalclinic

Line add friends


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage
https://www.facebook.com/caredentalthai
และติดตามดูรายการดีๆของคลินิกผ่านช่อง youtube
http://www.youtube.com/c/CareDentalClinicChannel

5/5 (1 Review)
Last Updated on by Care Dental
Scroll to Top